สังคมบ้านบกพอก


๑. ประวัติหมู่บ้าน

          แต่เดิมก่อนที่คนจะเข้ามาอยู่ที่บ้านบกพอกแห่งนี้   สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าทึบ และมีฝูงสัตว์ป่า เป็นจำนวนมาก ในเขตบริเวณป่าแห่งนี้   เช่น  กวาง กระต่าย ลิง    บริเวณป่าทึบแห่งนี้จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธ์พืชนานาชนิด ประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๐  ได้มีผู้บุกเบิกคนแรกคือ นายผิว ไชยนคร  เป็นหมอยาสมุนไพรแผนโบราณเดินทางมาจากบ้านกระทุ้มและได้สร้างที่พักพอได้อาศัย  บริเวณที่พักอาศัยมีต้นไม้ ขนาดใหญ่คือต้นบกและต้นพอก  จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้าน บกพอก   และต่อมาได้บุกเบิกที่ทำนาปลูกข้าว ปี พ.ศ.  ๒๔๗๘   มีเพื่อนอพยพครอบครัวตามมาอีก  ๒  ครอบครัว  คือ  นายทะ  บัวเขียว และนายลี  พรมทัต

               รวมเป็น ๓  ครอบครัว  ได้แบ่งที่ดินทำกินกันคนละทิศคนละทางคนที่มาอยู่อาศัยก็ได้ขยายครอบครัวมีลูกมีหลานและมีเพื่อนบ้านอพยพมาอยู่อีกหลายครอบครัวจนปัจจุบัน



๒. สภาพทั่วไป

           หมู่บ้านตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอ อยู่ห่างจากอำเภอ ประมาณ   ๔   กิโลเมตร  มีเนื้อที่  ๑,๓๕๓  ไร่  หมู่บ้านมีจำนวนครัวเรือน  ๘๐  ครัวเรือน  แบ่งเป็น  ๔  คุ้ม

                   
                   หมู่บ้านนี้มีจำนวนประชากร  ๓๗๕  คน เป็นชาย  ๑๙๘  คน เป็นหญิง  ๑๗๗  คน


หมู่บ้านมีแห่งน้ำธรรมชาติลำห้วย  หนองบึง   ๒   แห่ง คือ

     ๑.   ลำห้วยทับทัน
     ๒.   หนองบก-พอก

๓. สภาพทางสังคม ภาษา  วัฒนธรรม  ประเพณี

          - ประชาชนในพื้นที่นับถือศาสนาพุทธ

          -  ประชาชนใช้ภาษาท้องถิ่น  คือ  ส่วย

          - ประเพณีที่สำคัญ  คือ  ประเพณีบุญข้าวจี่  วันอาสาฬหบูชา  วันเข้าพรรษา  วันออกพรรษา

วันวิสาขบูชา  วันมาฆบูชา   บุญกฐิน  ลอยกระทง   เป็นต้น

๔. สภาพทางเศรษฐกิจ

          ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ  ทำนา

๔.๑  รายได้  

                             จากการเกษตร  ทำนา   ๑,๙๘๐,๐๐๐     บาท / ปี 

                                                 ทำไร่                           -            บาท / ปี

                                                 ทำสวน                     ๑๕๐,๐๐๐     บาท / ปี

                                                 เลี้ยงสัตว์                    ๓๒๕,๐๐๐     บาท / ปี

                                                 ประมง                           -           บาท / ปี

                                                 ค้าขาย                       ๓๖๐,๐๐๐    บาท / ปี

                                                 บริการ                                       บาท/ ปี

                                                 รับจ้าง                       ๔,๖๘๐,๐๐๐   บาท/ ปี

                                                 งานประจำ                   ๑,๔๔๐,๐๐๐   บาท/ ปี

                                                 ลูกหลานส่งให้               ๑,๕๐๐,๐๐๐    บาท/ ปี

                                                 กำไรจากกลุ่มองค์กร       ๑๘๖,๐๐๐       บาท/ ปี

                                                 อื่นๆ                                  -       บาท / ปี

๔.๒  หนี้สิน

                   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)รวม   ๒,๐๒๕,๐๐๐  บาท / ปี

                          ธนาคารพาณิชย์    -  บาท / ปี

                          สหกรณ์    ๘๐๐,๐๐๐  บาท/ ปี

                          กลุ่มองค์กร    ๑,๓๔๐,๐๐๐  บาท/ปี

                          หนี้นอกระบบ /นายทุน   ๕๕,๐๐๐ บาท/ปี

                          บริษัท ธุรกิจด้านการเงิน    -   บาท / ปี 

อื่นๆ   -  บาท/ปี

๔.๓  รายจ่าย

                                                 หมวดการผลิต    ๖๓๐,๐๐๐ บาท/ปี

                                                 หมวดอาหาร/ยารักษาโรค ๕,๐๕๐,๐๐๐  บาท/ปี

                                                 หมวดของใช้สิ้นเปลือง   ๑๒๐,๐๐๐ บาท/ปี

                                                 หมวดการศึกษา   ๒,๕๒๐,๐๐๐  บาท/ปี

                                                 หมวดงานสังคม  ๔๒๐,๐๐๐ บาท/ปี

อาชีพเสริม   คือ  เลี้ยงสัตว์   รับจ้าง ทำสวน เย็บผ้า

ราษฎรมีรายได้ต่ำกว่า  ๒๓,๐๐๐  บาท  จากการสำรวจข้อมูล จปฐ. ปี ๒๕๕๔  จำนวน  ๓  ครัวเรือน

ในหมู่บ้านมีร้านค้า  จำนวน  ๗  แห่ง

ในหมู่บ้านมีกลุ่มอาชีพ  จำนวน  ๓  กลุ่ม  ประกอบด้วย

๑.      กลุ่มโรงสีชุมชน       สมาชิก  ๑๒๑  คน  ทุนดำเนินการ   1,086,895 บาท

๒.      กลุ่มแม่บ้านเย็บผ้า    สมาชิก  ๓๐    คน  ทุนดำเนินการ     25,000  บาท

๓.      กลุ่มโรงปุ๋ยชีวภาพ    สมาชิก  ๑๐๑  คน   ทุนดำเนินการ    199,000  บาท

หมู่บ้านมีกองทุนในหมู่บ้านจำนวน  ๕  กองทุน

ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้าน

๕. สภาพทางสังคม

                              หมู่บ้านมีโรงเรียนประถมศึกษา/มัธยมศึกษา  -  แห่ง

                              หมู่บ้านมีเด็กกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จำนวน  ๘๔  คน

                              หมู่บ้านมีราษฎรที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา จำนวน  ๘๐  คน

                              มีโทรศัพท์มือถือ  ๑๒๐  เครื่อง   โทรศัพท์สาธารณะ  ๑  แห่ง

                              หมู่บ้านมีผู้สูงอายุ  ๖๘  คน ผู้พิการ   ๖  คน

การปกครองแบ่งเป็น   ๔   คุ้ม 

          คณะกรรมการแผนชุมชน  ประกอบด้วย

                                      ๑.      นายสมบูรณ์   พันธ์เพชร           ประธาน

                                      ๒.      นายประมูล    วงศ์จันทร์           รองประธาน

                                      ๓.      นายสำราญ    บัวเขียว             เลขานุการ

                                      ๔.      นายคำ    แก้วนาคินทร์            กรรมการ

                                      ๕.      นายสมนึก    บุตราช              กรรมการ





แนวโน้ม / ทิศทางการพัฒนาหมู่บ้าน / วิสัยทัศน์หมู่บ้าน

บ้านบกพอก  หมู่ที่  ๓  ตำบลห้วยทับทัน   อำเภอห้วยทับทัน   จังหวัดศรีสะเกษ

คำขวัญ           บกพอกพัฒนา   ชาวประชาชื่นใจ   กว้างไกลโรงสีชุมชน

วิสัยทัศน์         ร่วมใจพัฒนา  ชาวประชาสดใส ปลอดภัยสารเสพติด  ใช้ชีวิตพอเพียง




 เป้าหมายระยะยาว  (๕-๑๐ปี) 


   ๑.โครงการประปาหมู่บ้าน

   ๒.โครงการขุดลอกคลองระบายน้ำ

   ๓.ใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตเอง

   ๔.มีการส่งออกข้าวทั้งในและนอกประเทศ

   ๕.ขุดคลองส่งน้ำจากหมู่บ้านถึงลำห้วยทับทัน

   ๖.สร้างถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านทุกซอย




















เป้าหมายระยะสั้น (๑ ปี )



๑.      ชาวบ้านมีการปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง

 ๒.      สร้างอาชีพเสริม เพิ่ม รายได้   ลดรายจ่ายในครอบครัว

๓.      รณรงค์ ลด ละ เลิก อบายมุขทุกชนิด

๔.      เพิ่มการผลิตปุ๋ยชีวภาพ

๕.      มีโรงสีชุมชนเปิดรับซื้อข้าวจากสมาชิก

        
      





การกำหนดอัตลักษณ์ของชุมชนหมู่บ้าน/ชุมชน
และการกำหนดตำแหน่งการพัฒนา (Positioning)ของหมู่บ้าน/ชุมชน

อัตลักษณ์ของชุมชน
  หมู่บ้านมีผลิตภัณฑ์ของชุมชน คือ
   ๑.      ปุ๋ยชีวภาพ ปริมาณการผลิตต่อปี  ๕,๐๐๐ กก.  รายได้จากการจำหน่าย  ๓๗,๕๐๐บาทจำหน่ายสมาชิกในหมู่บ้านและใกล้เคียง
๒.      รำ, ปลายข้าว ปริมาณการผลิตต่อปี   ๒๑,๓๖๐ กก. รายได้จากการจำหน่าย  ๘๕,๔๔๐  บาท แหล่งจำหน่ายสมาชิกในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง


อัตลักษณ์ของชุมชนคือ  รำแม่มด

การกำหนดตำแหน่งอาชีพของหมู่บ้านใน  ๕- ๑๐ ปี ข้างหน้า
      ๑.      รณรงค์ให้ประชาชนในหมู่บ้านหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพในการทำนา
     ๒.      สร้างโรงงานฝึกสอนตัดเย็บเสื้อผ้า
     ๓.      มีการส่งออกข้างทั้งในและต่างประเทศ โดยกลุ่มโรงสีชุมชน
     ๔.      ฝึกอบรมอาชีพเสริมตามความสนใจเพื่อให้มีรายได้เสริมทุกครอบครัว
     ๕.      สร้างศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน



ข้อเสนอแนะของนักพัฒนาต่อการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน
             
     จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลจปฐ. และกชช.2ค และข้อมูลการเวทีประชาคม สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาหมู่บ้านให้ดีขึ้น ดังนี้
    ๑.ขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำตื้นในชุมชนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 
   ๒.ขยายเขตซ่อมบำรุงน้ำประปาของชุมชน  ที่มีหลังคาครัวเรือนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการพื้นฐานของชุมชน 
    ๓.จัดให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบหมู่บ้าน     

โครงการต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมสามารถทำได้จริงเพื่อให้เกิดการพัฒนาในหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน



ไม่มีความคิดเห็น: